How the Other Half Lives อีกครึ่งชีวิตเป็นอย่างไร? By Natasha Grossman โดย นาตาชา กรอสแมน

While Natasha Grossman was studying social work and interning at a welfare-reform lobbying organization in Washington State, she saw first-hand the cultural gap that existed between welfare policy-makers and welfare recipients.

“Why can’t members of each group spend time together learning about how the other works and lives?” Grossman asked. After participating in one of Landmark’s community-focused programs, Grossman answered her own question by forming the Walk a Mile program, which is now used in the U.S. Congress, as well as in 25+ states.

ขณะที่นาตาชากรอสแมนกำลังศึกษางานทางสังคมและการฝึกงานที่องค์กรรักษาการณ์ปฏิรูปสวัสดิการในรัฐวอชิงตันนั้นเธอเห็นช่องว่างทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นระหว่างผู้จัดทำนโยบายสวัสดิการและผู้รับสวัสดิการ

“ทำไมสมาชิกในแต่ละกลุ่มไม่สามารถใช้เวลาร่วมกันเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำงานและชีวิตอื่น ๆ ได้?”

กรอสแมน ถามหลังจากที่เข้าร่วมโครงการหนึ่งของแลนด์มาร์คที่มุ่งเน้นไปที่ชุมชน 
กรอสแมน ได้ตอบคำถามของตัวเองโดยการสร้างโปรแกรมชื่อวอล์คอะไมลล์ (แปลว่าเดินหนึ่งไมลล์) ซึ่งปัจจุบันใช้ในสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาและใน 25 รัฐ ของประเทศ

During the month-long program, welfare policymakers agree to feed their families on a typical food-stamp budget. They also chat with welfare recipients twice a week on the phone about recent challenges. Lawmakers learn the effects of their legislation on people’s lives, and welfare recipients experience the difficult work of crafting new social policy.

ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนของโปรแกรม ผู้กำหนดนโยบายสวัสดิการตกลงที่จะให้อาหารแก่ครอบครัวของตนตามงบประมาณแสตมป์อาหารที่จำกัด และพวกเขายังสนทนากับผู้รับสวัสดิการสัปดาห์ละสองครั้งทางโทรศัพท์เกี่ยวกับความท้าทายล่าสุด ผู้ร่างกฎหมายได้เรียนรู้ถึงผลกระทบจากการออกกฎหมายของตนที่มีต่อชีวิตของผู้คน รวมถึงพบว่าผู้รับสวัสดิการต้องประสบกับการทำงานที่ยากลำบากในการสร้างนโยบายทางสังคมใหม่ ๆ

Walk a Mile has graduated many proponents, including legislators who testify to being more informed about the adversities poor people face and recipients who can claim better services and enjoy a newfound political voice.

โปรแกรมวอล์คอะไมลล์ (แปลว่าเดินหนึ่งไมลล์) มีผู้ติดตามและสนับสนุนมากมาย รวมทั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติที่อยากทราบเพิ่มเติมเกี่ยวกับความทุกข์ยากที่คนจนเผชิญอยู่ และรวมไปถึงผู้รับสวัสดิการที่สามารถเรียกร้องการบริการที่ดีขึ้นและเพลิดเพลินกับเสียงทางการเมืองสดใหม่ที่เพิ่มขึ้น

“I’m not the sort of person who does things like this,” Grossman concedes. “I have never been a welfare recipient. Had it not been for the coaching, project management skills, and confidence I learned through Landmark’s program, Walk a Mile would have remained a good idea, nothing more. I’m just someone who got passionate and took action.”

“ฉันไม่ใช่บุคคลที่จะทำอะไรแบบนี้” กรอสแมน ยอมรับ “ฉันไม่เคยเป็นผู้รับสวัสดิการเลย หากไม่ได้รับการโค้ชชิ่ง การสอนทักษะการจัดการโครงการ และความเชื่อมั่นที่ฉันได้เรียนรู้ผ่านโปรแกรมของแลนด์มาร์ค โปรแกรมวอล์คอะไมลล์ (แปลว่าเดินหนึ่งไมลล์) จะยังคงเป็นแค่ความคิดที่ดีๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ ฉันเป็นแค่ใครบางคนที่มีความหลงใหลและลงมือดำเนินการ “

Author: Dear

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *