Forgiveness enlarges the future การให้อภัยเป็นการขยายอนาคต

By David Cunningham โดยเดวิด คันนิ่งแฮม

Forgiveness is one of the most powerful actions a human being can take–it doesn’t change the past, it enlarges the future. * Forgiveness is a choice that frees us from the burden of resentment and regret–it doesn’t alter the past, make things right, condone what we did or may have been done to us. It shifts the present and allows us to move forward. Creating a new future is declarative and takes a commitment to being complete with the person or people involved.

การให้อภัยเป็นหนึ่งในการกระทำที่ทรงพลังที่สุดที่มนุษย์สามารถทำได้ – มันไม่เปลี่ยนอดีต แต่จะขยายอนาคต * การให้อภัยเป็นตัวเลือกที่ปลดปล่อยเราจากภาระของความไม่พอใจและความเสียใจ – มันไม่เปลี่ยนอดีต ทำสิ่งที่ถูกต้อง เอาผิดในสิ่งที่เราทำหรืออาจทำกับเรา มันเคลื่อนปัจจุบันและช่วยให้เราก้าวไปข้างหน้า การสร้างอนาคตใหม่ให้เป็นสิ่งที่สามารถเปิดเผย และให้คำมั่นสัญญากับบุคคลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะทำให้เสร็จสมบูรณ์

Forgiveness is not really about the person who we say has done wrong; it’s about the one who is forgiving. It’s about finding the courage to step out of “the way it should have been.” To complete a past hurt, resentment, anger, fear or failure, it’s worth noticing both how we’re holding what happened now, in the present, as well as recognizing that whatever happened more than likely will have gained over time a certain mass and complexity in our minds. In taking that into account, we’re more able to address the context, hear others, and look at what might be next.

การให้อภัยไม่ได้เกี่ยวกับบุคคลที่เราพูดว่าเขาทำผิด มันเกี่ยวกับคนที่ให้อภัย มันเกี่ยวกับการค้นหาความกล้าหาญที่จะก้าวออกมาจาก“ วิธีที่ควรจะเป็น” เพื่อให้ได้สมบูรณ์แบบกับความเจ็บปวดในอดีตที่ผ่านมา ความแค้น ความโกรธ ความกลัว หรือความล้มเหลวในอดีต ถือว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่จะสังเกตสองสิ่งนี้ว่าเรากำลังถือหรือจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างไร เช่นเดียวกับการตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่จะได้รับในช่วงเวลาที่มีน้ำหนักและความซับซ้อนในจิตใจของเรา ในการทบทวนพิจารณาสิ่งนั้นเราสามารถระบุบริบท ได้ยินผู้อื่น และดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

For example, if we’re harboring resentment, it involves taking responsibility for the diminishment of the other person and requires generative language, such as “I’m giving up the grudge I’ve been harboring for years.” Upsets and grudges that we carry from the past narrow our options, impact our relationships and limit our experience of living fully.

ตัวอย่างเช่นถ้าเราเก็บความขุ่นเคือง มันเกี่ยวข้องกับการลดความรับผิดชอบของบุคคลอื่น และต้องสร้างภาษาที่ใช้ขึ้นมา เช่น “ฉันยอมแพ้ความเสียใจที่ฉันเก็บไว้เป็นเวลาหลายปี” ความไม่พอใจและเสียใจที่เราได้ประสบจากอดีตที่ผ่านมาจะมาเป็นตัวจำกัดตัวเลือกในชีวิตของเรา ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของเรา และ จำกัดประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ของเรา

If resentment and anger stay with us, the circumstances have the power, not us. Forgiveness puts the power fully in our hands. It creates a space in which a new future can be created, and points to the capacity we have to reach out beyond ourselves.

หากความแค้นและความโกรธอยู่กับเรา สถานการณ์จะมีอำนาจ ไม่ใช่เรา การให้อภัยทำให้พลังมาอยู่ในมือของเราอย่างเต็มที่ มันสร้างพื้นที่สำหรับอนาคตใหม่ที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ และชี้ให้เห็นถึงความสามารถที่เราต้องเข้าถึงที่ไปเหนือตัวเรา

Author: Dear

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *